ประชาชนลุกฮือ! นายกฯ เบลเยียมเตือนสังคมยุโรปอลหม่าน

ข่าวธุรกิจต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ

เร็วๆ นี้ยุโรปอาจเผชิญกับการลดลงอย่างมากในกิจกรรมทางอุตสาหกรรมและความไม่สงบทางสังคม

จนกว่าจะดำเนินการบางอย่างเพื่อให้ราคาพลังงานลดต่ำลง ก่อนฤดูหนาวเดินทางมาเยือน จากคำเตือนของนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู แห่งเบลเยียม เมื่อช่วงปลายสัปดาห์

ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส ที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี (6 ต.ค.) เดอ ครู กล่าวว่า จนกว่าจะมีการแทรกแซงในตลาดก๊าซ “เราจะมีความเสี่ยง การลดสัดส่วนภาคอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในทวีปยุโรปและผลลัพธ์ระยะยาวอาจรุนแรงมาก”

เดอ ครู ยืนกรานในแนวทางหลายระดับในการรับมือกับวิกฤตก๊าซ ซึ่งเขาบอกว่าในนั้นควรรวมถึงการจำกัดเพดานอย่างจริงจังต่อราคาก๊าซธรรมชาติรัสเซีย เจรจากับบรรดาผู้จัดหารายอื่นๆ อย่างนอร์เวย์ และแอลจีเรีย และจำกัดราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ซึ่งเขาชี้แนะวาควรเหนือกว่าราคาในสหรัฐฯ และเอเชียเล็กน้อย เพื่อรับประกันว่ากระแสก๊าซแอลเอ็นจีจะยังคงไหลป้อนสู่ยุโรป

ข่าวเศรษฐกิจไทย 2565 ล่าสุด

ผู้นำเบลเยียมยังได้เตือนรัฐบาลประเทศต่างๆ ว่าต้อง “ดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวัง” ไม่ใช่แค่เพื่อจัดการกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ซึ่งมีต้นตอราคาพลังงานอันสูงลิ่ว แต่ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงเกิดความไม่สงบทางสังคม ที่มาพร้อมกับราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงด้วย

“ประชาชนของเรากำลังได้รับใบแจ้งหนี้ที่ไร้เหตุผลสิ้นดี ในช่วงเวลาหนึ่ง ความอดทนจะแตกโพละ ผมเข้าใจดีถึงความโกรธของประชาชน ประชาชนไม่มีหนทางที่จะจ่ายมัน” เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ไฟแนเชียลไทม์ส

ความคิดเห็นของเขามีขึ้นหลังจากประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน เรียกร้องขอขึ้นค่าจ้างและปรับลดราคาพลังงานให้ลดต่ำลง หลังพบว่าราว 64% ของพลเมืองในประเทศ เกรงว่าจะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายบิลค่าพลังงานของพวกเขาได้ ท่ามกลางรายงานว่ามันพุ่งขึ้นแตะระดับเฉลี่ยแล้วราว 700 ยูโร (ราว 25,700 บาท) ต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบลเยียม เคยออกมาเตือนว่ายุโรปจะเผชิญฤดูหนาวที่ยากลำบากอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า สืบเนื่องจากราคาก๊าซที่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยืนยันว่าเบลเยียมจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ “หากว่าเราสนับสนุนกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้”

ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้นในปีนี้ หลังจากรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากอียูกับประเทศตะวันตกอื่นๆ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอันกว้างขวางเล่นงานมอสโก พร้อมเริ่มรณรงค์ปลีกตัวเองออกห่างจากอุปทานพลังงานรัสเซีย ทั้งนี้ ราคาก๊าซที่พุ่งสูงแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ภาวะเงินเฟ้อโดยรวมในทวีปแห่งนี้ดีดตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว